ข่าวสาร บทความ oppamart  

เรียนรู้โมเดลธุรกิจของนัมเอจิบ Naamezip สตาร์ตอัพเกาหลีแนว Travel Tech ที่ชวนเราไปเที่ยวบ้านคนอื่น

” เพราะการท่องเที่ยว

อาจเป็นการออกนอก คอมฟอร์ตโซนของเรา

เพื่อไปยัง คอมฟอร์ตโซนของคนอื่น “

ชวนรู้จัก “นัมเอจิบ” หรือ Naamezip สตาร์ตอัพ Travel Tech ที่ชวนเที่ยวเกาหลีในมุมใหม่ ก่อตั้งโดยอดีตพนักงาน Kakao // โดย Oppamart

ภาพ Facebook Naamezip

ไม่ว่านิยามการท่องเที่ยวของคุณจะเป็นแบบไหน สำหรับ คิมซองยง ( Kim Seong-yong ) ผู้ก่อตั้งสตาร์ตอัพสาย Travel Tech ของเกาหลีอย่าง “นัมเอจิบ” หรือ Naamezip เชื่อว่า หัวใจของการท่องเที่ยวคือการพาตัวเองไปสู่ดินแดนอันไม่คุ้นเคย พื้นที่ซึ่งไม่ใช่คอมฟอร์ตโซนของเรา แต่อาจเป็นคอมฟอร์ตโซนของคนอื่น

Naamezip (นัมเอจิบ) เป็นสตาร์ตอัพสาย Travel Tech ที่เชื่อมั่นในแนวคิด Sharing Economy ก่อตั้งโดย คิมซองยง  เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อสิงหาคม ปี 2018 ทั้งนี้คุณคิมเป็นอดีตพนักงาน Kakao บริษัทด้านเทคโนโลยีสื่อสารชื่อดังของเกาหลีใต้ ประสบการณ์ทำงานใน Kakoa ทำให้เขาเชื่อมั่นในคอนเซปต์ Sharing Economy และ O2O (Online to Offline) จนเกิดไอเดียเรื่องการท่องเที่ยวแบบ Naamezip (เที่ยวบ้านคนอื่น) ขึ้นมา

ทั้งนี้ เมื่อปี 2019 แพลตฟอร์ม Naamezip เป็นสตาร์ตอัพที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจาก Kakao Ventures และ MYSC

คิมซองยง ผู้ก่อตั้ง Naamezip สตาร์ตอัพที่ได้รับเงินลงทุนจาก Kakao Ventures และ MYSC
ภาพจาก www.hankookilbo.com/News/Read/201912121143047549

การท่องเที่ยวแบบ Naamezip คืออะไร?

Naamezip (นัมเอจิบ) หรือ 남의집  แปลว่า “บ้านคนอื่น” การท่องเที่ยวแบบ Naamezip จึงเป็นการท่องเที่ยวที่มีบ้านคนอื่นเป็นหมุดหมายในการท่องเที่ยว แต่การจะเดินเข้าไปบ้านคนอื่นทื่อๆ นั้นคงไม่เหมาะ แพลตฟอร์ม Naamezip.com จึงสร้างแกนกลางของการบริการไว้ที่ “ธีมอีเวนต์” โดยจะให้ “เจ้าบ้าน” หรือ host แต่ละรายจัดกิจกรรมหรืออีเวนต์ตามความชอบขึ้น เช่น ชวนกันมาอ่านหนังสือการ์ตูน, ชวนกันมาถกปรัชญา, ชวนกันมาอบขนมปัง, หรือแม้กระทั่ง ชวนกันมากินอาหารไทยและถกกันเรื่องเมืองไทย ก็ยังมี (คนเกาหลีหลายคนรักเมืองไทยมากเลยนะ)

พูดอีกอย่างได้ว่า Naamezip นั้นคล้ายกับเป็น Korean Airbnb แต่เป็นเวอร์ชั่นที่แชร์เฉพาะพื้นที่ living room และเจ้าบ้านต้องมีกิจกรรมเพื่อให้ผู้แวะมาเยี่ยมเยือนได้ร่วมกิจกรรมด้วย

โดยการมาใช้บริการท่องเที่ยวในห้องรับแขกบ้านคนอื่นแต่ละครั้ง จะมีค่าใช้จ่าย ซึ่งโดยเฉลี่ยจะตกอยู่ท่านละ 20,000 – 50,000 วอน​ (ราว 550 – 1,400 บาท) และจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วม 3-8 คน โดยเฉลี่ยจะใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง ทั้งนี้แพลตฟอร์ม Naamezip จะจัดสรรรายได้ให้แก่เจ้าบ้านตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้

ภาพจาก Facebook Naamezip

Naamezip เกิดได้จาก “ลักษณะเฉพาะตัว” ทางสังคมเศรษฐกิจของประเทศเกาหลีใต้

จริงๆ การทำสตาร์ตอัพสายท่องเที่ยว โดยเน้น core business เป็น “การชวนคนไปเที่ยวบ้านคนอื่น” นั้น อาจไม่เหมาะกับทุกประเทศ ทั้งนี้เพราะบ้านถือเป็น private zone หรือพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งแม้ “เจ้าของบ้าน” ยินดีเปิดต้อนรับ แต่ลูกค้า หรือ “นักท่องเที่ยว” อาจกริ่งเกรง บ้างอาจเกรงใจที่ต้องเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวคนอื่น บ้างอาจรู้สึกกังวลความปลอดภัย และอีกหลากหลายเหตุผลเช่นกัน

แต่ Naamezip ก็สามารถสร้างธุรกิจให้เป็นที่รู้จัก และมีเจ้าของบ้านเข้ามาลงทะเบียนแล้ว 1,500 แห่ง มีบ้านที่จัดธีมอีเวนต์ไปแล้ว 1,000 แห่ง โดยมีลูกค้ามาใช้บริการไปแล้ว 5,000 คน ซึ่งบริการส่วนใหญ่ถูกจับจองโดยชาวเกาหลี 

ถ้าถามเหตุผลว่าทำไม ธุรกิจของ Naamezip ถึงได้เวิร์ก? นอกเหนือจากการบริหารจัดการด้านความสะอาดและความปลอดภัย ที่ทีมงาน Naamezip  ร่วมมือกับเจ้าบ้านโดยตรงแล้ว – เหตุผลอื่นที่แอดมิน Oppamrt คิดว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้บริการนี้เกิดขึ้นได้ในเกาหลีใต้ นั่นก็เพราะ “บ้าน” ในเกาหลี มักมีความหมายแฝงถึง “พื้นที่พิเศษที่หาได้ยาก” อยู่ด้วย

ภาพจาก Facebook Naamezip

“บ้าน” ในเกาหลีใต้ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่าง กรุงโซล นั้นมีราคาเฉลี่ยแพงมาก  ดังนั้นการที่ใครสักคนจะมีบ้านสักแห่งได้ หมายความว่า คนนั้นอาจมีฐานะทางเศรษฐกิจที่ดี เนื่องจากกว่าชาวเกาหลีใต้สักคนจะเก็บเงินซื้อบ้านได้เป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ง่ายนัก (โดยเฉพาะการซื้อบ้านในเมืองใหญ่)  บ้านแต่ละแห่ง -โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวในกรุงโซล – จึงดูมีเรื่องราว มีความพิเศษเฉพาะตัว พอมีการ “เปิดบ้าน” หรือ “เปิดห้องรับแขกของบ้าน” มันจึงเป็นบริการที่หลายคนยอมจ่ายเพื่อจะได้เข้าไปนั่งเล่น หรือร่วมอีเวนต์ที่จัดพิเศษในบ้านคนอื่น

แต่แน่นอนว่า ทุกการ “เปิดบ้าน” ย่อมต้องมาควบคู่กับ 2 เงื่อนไข คือ ความสะอาด และความปลอดภัย อย่างที่กล่าวไปข้างต้นด้วยนั่นเอง 

อนึ่ง ต้องแจ้งรายละเอียดแก่ท่านผู้อ่านว่า “บ้าน” ที่ร่วมโครงการกับ Naamezip นั้น ไม่ได้จำกัดแค่ “บ้านเดี่ยว” เป็นหลังๆ แต่เป็นพื้นที่พักอาศัย เช่น คอนโดมิเนียม หรือบ้านที่เปิดเป็นเกสต์เฮ้าส์ก็ได้ หรือเป็นพื้นที่คอมฟอร์ตโซนของเจ้าบ้าน เช่น แกลเลอรี หรือ สตูดิโอ ก็ได้ โดยมีเงื่อนไขว่า จะต้องมีเจ้าบ้าน หรือมีผู้จัดการอสังหาริมทรัพย์นั้น เข้ามาพักอาศัยหรือดูแล ทุกสัปดาห์

ภาพจาก Facebook Naamezip

Naamezip ทำงานร่วมกับ “เจ้าบ้าน” อย่างไร

เมื่อแรกเริ่มก่อตั้งสตาร์ตอัพ คุณคิมซองยงใช้ที่พักตัวเขาเองให้ผู้คนได้มาลองใช้งาน โดยที่ผ่านมาเขาเคยจัดธีมอีเวนต์สำหรับคู่แต่งงานใหม่ที่อยากคุยและแลกเปลี่ยนเรื่องชีวิตคู่ สำหรับคุณคิม ส่วนตัวเขามีความเชื่อว่า บ้านหรือที่พักอาศัย คือสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นกันเอง ทำให้คนแปลกหน้าพร้อมจะแลกเปลี่ยนบทสนทนาอย่างซื่อตรงและเปิดเผย 

นอกเหนือจากที่พักของคุณคิมแล้ว ปัจจุบัน Naamezip มีเจ้าบ้านที่ลงทะเบียนกับแพลตฟอร์มไว้ 1,500 แห่ง และมีเจ้าบ้านที่เปิดห้องรับแขกต้อนรับคนแปลกหน้าไปแล้ว 1,000 ที่ ซึ่งสำหรับบ้านที่สนใจลงทะเบียนกับ Naamezip นั้น ต้องผ่านกระบวนการด้านล่างนี้

1)เจ้าบ้านต้องลงทะเบียนในเว็บไซต์ Naamezip.com โดยกรอกรายละเอียดเกี่ยวกับบ้าน ซึ่งรวมถึงภาพถ่ายและลักษณะการตกแต่ง

2)จากนั้นทีมงาน Naamezip จะทำการคัดเลือกบ้าน รวมถึงหารือกับเจ้าบ้านเรื่อง “ธีมอีเวนต์” ที่เหมาะสม

3)เมื่อหารือเรียบร้อย จะเซ็ตอีเวนต์ขึ้น เช่น “อ่านหนังสือเงียบๆ ในห้องสมุดบ้านริมแม่น้ำโซล” 

4)ระบุราคา แจ้งรายละเอียดที่จำเป็น ก่อนนำไปโปรโมทผ่านเว็บไซต์ Naamezip.com และโซเชียลมีเดียอื่นๆ

5)ลูกค้าที่สนใจสมัครเข้าร่วมอีเวนต์เปิดบ้าน จะต้องกรอกข้อมูลอาชีพ ระบุถึงเหตุผลที่ทำให้สนใจอีเวนต์นั้นๆ และแจ้งแอคเคานท์โซเชียลมีเดียวด้วย โดย “เจ้าบ้าน” จะเป็นคนอ่านรายละเอียดและคัดเลือก “ลูกค้า” ที่จะมาเป็นแขกของบ้านเอง

ทั้งนี้จำนวนลูกค้าแต่ละครั้ง จำกัดจำนวนระหว่าง 3-8 คน 

ราคาเข้าร่วมแต่ละครั้ง จะอยู่ที่ท่านละ 20,000 – 50,000 วอน​ (ราว 550 – 1,400 บาท)

 6)หลังจาก “เจ้าบ้าน” คัดเลือกลูกค้าที่จะมาเป็นแขก ทีมงาน Naamezip จะแจ้งวันและเวลานัดหมาย สำหรับรายละเอียดที่อยู่ เบอร์ติดต่อของเจ้าบ้าน จะส่งผ่านแอพแชท KakaoTalk ล่วงหน้า 1 วัน

โควิด และการปรับตัวของ Naamezip

เนื่องจาก Naamezip เป็นธุรกิจแนวท่องเที่ยว ดังนั้นการระบาดของโควิด จึงส่งผลกระทบต่อธุรกิจของ Naamezip อย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ในช่วงสิงหาคม ปี 2020 ทาง Naamezip ได้สังเกตเห็นว่า มีชาวเกาหลีจำนวนไม่น้อยที่เริ่มเบื่อหน่ายการ work from home และกำลังมองหาพื้นที่สะอาด ปลอดภัย ทั้งยังเป็นพื้นที่ซึ่งพร้อมปฏิบัติตามกติกาที่รัฐบาลเกาหลีกำหนด 

พอเริ่มสังเกตเห็นเทรนด์นี้ ทาง Naamezip จึงเริ่มเปิดตัวบริการใหม่อีกหนึ่งอย่าง คือ แพลตฟอร์มที่เป็นเสมือน Home Office Platform & Provider โดย Naamezip จะเป็นสื่อกลางที่เชื่อมต่อระหว่างคนที่อยาก “ไปนั่งทำงานบ้านคนอื่น” กับ “เจ้าบ้าน” ที่พร้อมเปิดห้องรับแขกให้คนอื่นมานั่งทำงานทั้งวัน โดยมีราคาใช้บริการวันละ 19,000 วอน หรือคนละ 520 บาท ต่อบ้าน 1 หลัง (ใช้งานได้ 9 ชั่วโมง) ทั้งนี้เจ้าบ้านจะจัดกาแฟและเครื่องดื่มให้บริการวันละ 2 ครั้ง

แต่หากสมัครสมาชิกรายเดือน เดือนละ 199,000 วอน (ราว 5,500 บาท) จะสามารถไปนั่งทำงานที่บ้าน 18 หลังที่อยู่ในลิสต์ของ Naamezip ได้ โดยบ้านทั้ง 18 หลังนั้นทางแพลตฟอร์มได้การันตีความสะอาดและความปลอดภัยให้เรียบร้อย

ทั้งนี้การปรับตัวเข้าสู่ธุรกิจ Home Office Platform & Provider ของ Naamezip แบ่งเป็น 2  ช่วง คือ ช่วง สิงหาคม ถึง ธันวาคม 2020 เป็นระยะ Beta หรือขั้นต้นของบริการ และเมื่อเห็นว่าเทรนด์ธุรกิจนี้ตอบโจทย์ชีวิตชาวเกาหลีในเมืองใหญ่ รวมถึงมีโอกาสที่จะขยายกิจการไปได้ไกล ในต้นปี 2021 ทาง Naamezip จึงเริ่มเปิดโปรแกรม “สมัครสมาชิกรายเดือน” หรือ Monthly Subscription Business Model อย่างจริงจัง

อ่านเรื่องราวของ “เทรนด์การไปนั่งทำงานบ้านคนอื่น ที่กำลังฮิตในหมู่คนเกาหลีผู้เบื่อ work from home” ได้ที่ www.oppamart.co/2021/case-work-from-other-home/

บทเรียนธุรกิจจาก Naamezip

ธุรกิจสตาร์ตอัพของ Naamezip ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า ในตลาดท่องเที่ยวที่ดูเหมือนตีบตันแล้วนั้น ยังสามารถมี Business Model แบบใหม่เกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ แม้จะเกิดภาวะโรคระบาดอย่าง โควิด-19 แต่ผู้คนก็ยังอยากเชื่อมต่อกันเสมอ การแตกไลน์สินค้าหรือบริการเพื่อตอบรับกับความต้องการที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที – โดยยังคงรักษากติกาที่หน่วยงานรัฐกำกับไว้อยู่ – ก็อาจทำให้ธุรกิจได้ค้นพบรายได้แหล่งใหม่

โควิด-19 ทำให้มนุษย์โลกต้องปรับตัว การสำรวจไอเดียธุรกิจอื่นๆ เพื่อมาปรับใช้กับธุรกิจ ก็น่าจะเป็นหนึ่งในการปรับตัวและเรียนรู้ที่น่าสนใจ

ขอบคุณ Naamezip ที่ทำให้เราได้เรียนรู้เคสธุรกิจใหม่ๆ ในวันนี้ค่ะ

เกร็ดเกาหลีน่ารู้

ที่เกาหลี คำว่า “บ้าน”​ หรือ 집 (จิบ) จะมีความหมายรวมถึง ที่อยู่อาศัยทุกประเภท ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านห้องแถว ห้องเช่า หรือ คอนโดมิเนียม (อพาร์ตเม้นต์) 


ส่วนคำว่า บ้านเดี่ยว ในภาษาเกาหลีจะใช้คำว่า 주택 (จูแทก)

บริการของ Naamezip จะใช้คำว่า 집 (จิบ) เป็นหลัก อันหมายถึง ที่อยู่อาศัยทุกประเภท ไม่ได้จำกัดแค่ “บ้านเดี่ยว” เท่านั้น

อ้างอิง

https://www.facebook.com/naamezip/

https://naamezip.com/homeoffice

https://naamezip.com/about

https://www.facebook.com/naamezip/posts/3137609919681661

https://www.hankookilbo.com/News/Read/201912121143047549

https://brunch.co.kr/@yongisa/60

http://bit.ly/3i7b6Ro


writer: Tiktok

info / contributor : Hanbyul

Contact : oppamart.co@gmail.com

Tel: 0922429516

about

Oppamart.co เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมเรื่องราว เกี่ยวกับธุรกิจท้องถิ่นในเกาหลี รวมถึงบอกเล่าถึงความน่าสนใจของ แบรนด์สินค้าต่างๆ เพราะเราเชื่อมั่นว่า ทุกธุรกิจล้วนมีเรื่องราวบอกเล่าต่อ

1 Comment

Leave A Comment