ข่าวสาร บทความ oppamart  

รู้จัก Coupang ธุรกิจแพลตฟอร์มช้อปออนไลน์ สตาร์ตอัพเกาหลีมูลค่าสูงที่โลกจับตา

รู้จัก Coupang (คูพัง) ธุรกิจแพลตฟอร์มช้อปออนไลน์ ที่ยังไม่ทำกำไร

แต่กำลังเป็นสตาร์ตอัพเกาหลีมูลค่าสูงที่โลกจับตา / โดย Oppamart

 

บอม คิม ผู้ก่อตั้ง Coupang (ภาพจาก Coupang)

ถ้าพูดถึงแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ หรือ อีคอมเมิร์ซที่โดดเด่นในไทย คงได้แก่ Lazada และ Shopee แต่ในเกาหลีใต้นั้น นาทีนี้ต้องยกให้ Coupang (คูพัง) แพลตฟอร์มสัญชาติเกาหลี ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2010 โดยนักธุรกิจเชื้อชาติเกาหลี แต่สัญชาติอเมริกัน ที่ชื่อ บอม คิม (Bom Kim)

 บอม คิม ทำอย่างไร จึงทำให้ Coupang มีมูลค่าบริษัทถึง  2.7 แสนล้านบาท (9 พันล้านดอลล่าร์) ภายใน 10 ปี [1] ดึงดูดกลุ่มทุนอย่าง SoftBank และ SoftBank Vision Fund มาลงทุนได้ [2] แม้ตัวเลขผลประกอบการ Coupang จะติดลบต่อเนื่องก็ตาม

และเขาทำอย่างไรให้ Coupang กลายเป็นสิ่งที่ชาวเกาหลีใต้ขาดไม่ได้ในทุกวันนี้ 

อ่านต่อได้ที่บทความจาก Oppamart ด้านล่างนี้

จุดกำเนิด Coupang

Coupang ก่อตั้งเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2010 โดย บอม คิม นักธุรกิจเชื้อสายเกาหลี สัญชาติอเมริกัน [3] โดยตอนปี 2009 บอม คิม เพิ่งขายธุรกิจเกี่ยวกับสื่อ (บริษัท Vintage Media) ไป [4] แล้วได้ลงเรียนปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจที่ Harvard หลังเรียนไปได้ 6 เดือน เขาเกิดสนใจธุรกิจออนไลน์ สัญชาตญาณแบบผู้ ประกอบการบอกเขาว่า รอไม่ได้แล้ว เขาเลยเลิกเรียนโท แล้วหันมาเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ที่เกาหลีใต้ โดยในยุค 2010 ถือได้ว่า เกาหลีใต้ก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการใช้อินเตอร์เน็ตและเข้าถึงสมาร์ตโฟนที่สูงมากแห่งหนึ่งของโลก

เกาหลีใต้จึงเป็นตลาดที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์อย่างยิ่ง

เมื่อแรกเริ่ม Coupang ไม่ได้ทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซเช่นในปัจจุบัน แต่เป็นบริษัทเสนอดีลส่วนลดสินค้ารายวันคล้ายๆ กับบริษัทใหญ่ในขณะนั้นอย่าง Groupon และในช่วง 2010-2012 ธุรกิจแลกดีลส่วนลดรายวันของ Coupang ก็ไปได้สวย พอมีผลกำไรให้ชื่นใจ จนปี 2012  บอม คิม ตัดสินใจอยากจะนำ Coupang เข้าตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ในอเมริกาด้วยซ้ำ [5]

ปี 2012 หลังจากที่คิดใคร่ครวญเรื่องนำ Coupang เข้าตลาดหลักทรัพย์จนเกือบจะสำเร็จแล้ว แต่บอม คิมก็กลับเปลี่ยนใจ โดยเขามองว่า เป้าหมายในการเริ่มต้นธุรกิจของเขาคือ ต้องการทำธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ระดับที่คนเกาหลีจะขาดธุรกิจนี้ไม่ได้ ซึ่ง ณ ปี 2012 นั้น เขารู้สึกว่า Coupang ยังไปไม่ถึงจุดนั้น เขาจึงตัดสินใจ ไม่นำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ แล้วหันมาเปลี่ยนโมเดลธุรกิจเป็น แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เน้นขยายกลุ่มผู้ใช้งานให้ได้มากที่สุด โดยยังไม่คำนึงถึงกำไรเป็นที่ตั้ง [6]

บอม คิม
ภาพจาก Bom Kim LinkedIn

จะเป็นเบอร์หนึ่งได้ต้องคุมตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ

ความท้าทาย หรือ pain point สำคัญของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ คือ การไม่สามารถควบคุมและการันตีคุณภาพการขนส่งได้ แม้แพลตฟอร์มออนไลน์หลายเจ้า จะออกโปรโมชั่นลดราคาสะบั้นหั่นแหลกทุก 1.1 / 2.2/ 3.3 ฯลฯ ก็ตาม แต่หากสินค้าสูญหายระหว่างทางโดยติดตามหาผู้รับผิดชอบไม่ได้ หรือหากสินค้าชำรุดแตกหักยับเยินไม่ตรงปก ก็จะเกิดเสียงตำหนิ ทั้งยังสร้างความไม่พอใจต่อผู้บริโภค จนอาจส่งผลเสียต่อธุรกิจอย่างยิ่งได้

เพราะคำนึงถึงความท้าทายนี้ บอม คิม จึงอุดช่องโหว่ของธุรกิจนี้ ด้วยการเปิดยูนิตธุรกิจเกี่ยวกับการขนส่งขึ้นใน Coupang นั่นคือ “Rocket Delivery” ขึ้นในเดือนมีนาคม ปี 2014 โดยมีการจ้างงานพนักงานขนส่งแบบฟูลไทม์ จำนวน 50 คน ทาง Coupang เรียกพนักงานขนส่งว่า “Coupang Man” ก่อนที่ต่อมาจะเปลี่ยนมาเรียกว่า  Cou-shin ซึ่งเป็นการเล่นคำกับคำเกาหลี “ชินกู” ที่แปลว่า “เพื่อน” เสมือนว่า บริษัทมองว่าพนักงานขนส่งก็เป็นเหมือน​ “มิตร” ในการร่วมธุรกิจนั่นเอง [7]

ปี 2018 Coupang ได้รุกคืบอีกขั้น ด้วยการออกบริการ “Dawn Delivery” คือ จัดส่งสินค้าถึงบ้านก่อน 7 โมงเช้า โดยมีเงื่อนไขว่า ลูกค้าต้องสั่งและทำรายการให้แล้วเสร็จก่อนเที่ยงคืน โดยบริการ “Dawn Delivery” นี้ เป็นที่นิยมของเหล่าแม่บ้านพ่อบ้านที่ชอบทำอาหาร หรือคนที่ต้องการสั่งของสดมาปรุงเองที่บ้านอย่างยิ่ง

ปัจจุบัน นอกจากจะมี “Rocket Delivery” และ “Dawn Delivery” แล้ว Coupang ยังมี “Rocket Fresh Same-Day Delivery” จัดส่งสินค้าที่สั่งก่อน 10 โมง ส่งถึงบ้านภายใน 6 โมงเย็น [8] รวมถึงออกบริการ Coupang Eats ด้วย [9]

นอกจากสร้างยูนิตขนส่งขึ้นมาแล้ว Coupang ยังสร้างโกดังสินค้าและระบบจัดการร้านค้าขึ้นเพื่อรองรับสินค้าของ SME และบริษัททั่วเกาหลีด้วย โดย บอม คิม เผยว่า ได้นำเทคโนโลยีเอไอมาคำนวณและจัดการสินค้าและยอดสั่งซื้ออันมโหฬาร Coupang และยังบอกด้วยว่า โกดังสินค้าของพวกเขามีอยู่ทั่วประเทศ และกระจายห่างจากลูกค้าไม่เกิน 10 กม. เท่านั้น นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้สินค้าที่สั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์ม Coupang สามารถจัดส่งให้ลูกค้าได้ภายใน 24 ชั่วโมง [10]

กลยุทธ์สำคัญของ Coupang

ประชากรเกาหลีใต้มี 51 ล้านคน ปัจจุบันกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรเกาหลีดาวน์โหลดแอพ Coupang ติดเครื่อง (ประมาณ 25 ล้านคน), Coupang มีจำนวนสินค้าที่ต้องจัดส่งเฉลี่ยประมาณ  3.5 ล้านชิ้นต่อวัน, อัตราการเติบโตของ Coupang สูงมาก ส่วนแบ่งของ Coupang ในตลาดช้อปปิ้งออนไลน์คือ 25% ของตลาดโดยรวม [11] กลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้ Coupang เติบโตขนาดนี้เกิดจากอะไร คำตอบน่าจะเป็น

  • กลยุทธ์ด้านราคา มีโปรโมชั่นลดราคาเพื่อกระตุ้นนักช้อปสม่ำเสมอ
  • กลยุทธ์ด้านความหลากหลายสินค้า มีสินค้าหลากหลายในแพลตฟอร์มกว่าล้านรายการ [12]
  • การเปิดโอกาสให้ SME หรือกิจการขนาดย่อมในเกาหลีใต้ สามารถขายใน Coupang ได้ เพิ่มความหลากหลายของสินค้า และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ Coupang
  • การมีโกดัง ระบบจัดการสินค้า รวมถึงระบบขนส่งเป็นของตนเอง ซึ่งทำให้สามารถการันตีว่า 99% ของสินค้าจาก Coupang สามารถจัดส่งถึงผู้รับภายใน 24 ชั่วโมง หรือในเวลาที่น้อยกว่านั้น (เช่นสั่งก่อนเที่ยงคืน ได้รับก่อน 7 โมงเช้า)

Coupang ขวัญใจนักลงทุนทั่วโลก

Coupang เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก แม้จะยังไม่ทำกำไร แต่สามารถระดมทุนไปได้แล้วหลายรอบ โดยแต่ละรอบก็เป็นเงินก้อนสูงทั้งนั้น ได้แก่ [13]

2014BlackRock ลงทุน 8.9 พันล้านบาท (300 ล้านดอลล่าร์)

2015 SoftBank ลงทุน 3 หมื่นล้านบาท (1 พันล้านดอลล่าร์)  / ณ มูลค่าบริษัท 1.5 แสนล้านบาท (มูลค่า 5 พันล้านดอลล่าร์)

2018SoftBank Vision Fund ลงทุน 6 หมื่นล้านบาท (2 พันล้านดอลล่าร์)  / ณ มูลค่าบริษัท 2.7 แสนล้านบาท (9 พันล้านดอลล่าร์) 

นับจาก 2010 – 2018 Coupang ได้รับเงินลงทุนจากนักลงทุนไปแล้วประมาณ 1 แสนล้านบาท (3.8 พันล้านดอลล่าร์ ) [14]

และในปี 2021 นี้ ก็มีกระแสข่าวหนาหูมากว่า Coupang กำลังจะ IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์ [15]

Coupang ติดอันดับ Naver Top Search ปี 2020

เมื่อปลายปี 2020 เว็บพอร์ทัลชื่อดังของเกาหลีใต้อย่าง Naver ได้เปิดเผยผล Top Search  20 อันดับแห่งปีออกมา โดย Coupang ติดอันดับที่ 15 ของ Top 20 Search  ถือเป็นไม่กี่ธุรกิจเกาหลีที่ติดอันดับคำค้นหาแห่งปี 

โดยอันดับคำค้นที่ได้ที่ 1 คือ “โคโรน่า 19”

ดูรายละเอียด  Top Search Naver 2020 ได้ที่ https://oppamart.co/2020/naver-top-search/

ภาพจาก Naver

Coupang กับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มแรงงาน

กลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ Coupang เติบโตเป็นขวัญใจนักช้อปออนไลน์คือ Speed หรือความเร็ว แน่นอนว่า การจะได้มาซึ่ง ความเร็วทั้งการจัดการสินค้า (บรรจุและหีบห่อ)  และจัดส่งสินค้านั้น ต้องมีคนงานเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญ แม้ Coupang จะอ้างถึงการนำเทคโนโลยี AI มาใช้จัดระบบ รวมถึงการมีโกดังกระจายของที่ห่างจากผู้บริโภคเกาหลีต่อคนเพียง 10 กม. แต่กระนั้นก็ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาตรฐานการทำงานของ Coupang ที่ไม่ค่อยเป็นธรรมต่อแรงงานออกมาเป็นระยะ [16]

  • การไม่ดูแลและจัดการสภาพการทำงานที่ดีพอ ให้มีคนงานสัญญาจ้างชั่วคราวติดเชื้อโควิด 19 ที่โกดังสำนักงาน “พูชอน” (Bucheon เป็นเมืองที่อยู่ใกล้โซลและอินชอน) จนนำไปติดคนในครอบครัว และต่อมาสามีเธอเจ็บป่วยโคม่า โดย Coupang ไม่ได้รับผิดชอบทั้งในแง่การขอโทษอย่างเป็นทางการและการชดเชยเยียวยาอย่างเหมาะสม
  • แนวนโยบายบริษัทที่เน้นความเร็ว จนทำให้พนักงานขนส่งได้รับบาดเจ็บ ทั้งจากอุบัติเหตุบนท้องถนน และจากการขนของขึ้นลงตึกสูง
  • แนวนโยบายที่ไม่บรรจุพนักงานเข้าสู่ระบบในทันที แต่ให้เป็นสัญญาจ้างไว้ก่อน มีการกดดันเชิงนโยบายที่ทำให้คนงานไม่กล้าลาหยุดแม้เจ็บป่วย เพราะกลัวไม่ได้รับการบรรจุเข้าเป็นพนักงานในระบบในที่สุด

สรุปบทเรียนจากธุรกิจ Coupang


Coupang เป็นธุรกิจที่เติบโตจากน้ำพักน้ำแรงและวิสัยทัศน์ของผู้ก่อตั้งอย่าง บอม คิม  ซึ่งปัจจุบันถือเป็นมหาเศรษฐี Self-Made คนหนึ่งในแวดวงนักธุรกิจเกาหลี ส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ Coupang เติบโตอย่างก้าวกระโดด คือ ลูกบ้าของผู้ก่อตั้งอย่าง บอม คิม ที่กล้าขยายธุรกิจให้กลายเป็นมากกว่า แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ โดยยอมลงทุนกับเทคโนโลยีและนวัตกรรม ทั้งยังแตกยูนิตธุรกิจมาสร้างโกดังและระบบจัดการสินค้า รวมทั้งสร้างยูนิตธุรกิจขนส่งขึ้นมา จนสามารถคุมคุณภาพสินค้าและบริการได้นั่นเอง

ลูกบ้าที่กล้าจะทำต้นน้ำถึงปลายน้ำ คือสิ่งที่ทำให้ Coupang เติบโตทะลุเพดาน เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเบอร์ 1 ที่ชนะเจ้าอื่นๆ ที่อาจมีทุนแชบอลใหญ่ เช่น ssg.com ของ ชินเซเก (อดีตบริษัทในเครือซัมซัง) หนุนหลังได้ในที่สุด

ส่วนข้อวิพากษ์วิจารณ์ด้านแรงงาน ก็เป็นสิ่งที่ Coupang ต้องรับฟัง และนำไปปรับเปลี่ยนด้วยเช่นกัน

 อ้างอิง

[1] https://www.cnbc.com/2020/06/16/coupang-disruptor-50.html

[2] https://www.forbes.com/profile/bom-kim/?sh=4e03e571227d

[3] https://restofworld.org/2020/the-cost-of-convenience/

[4] https://en.wikipedia.org/wiki/Bom_Kim

[5] https://restofworld.org/2020/the-cost-of-convenience/

[6] https://seoulz.com/how-coupang-continues-to-succeed-despite-being-unprofitable/

[7] https://restofworld.org/2020/the-cost-of-convenience/

[8] https://www.koreatimes.co.kr/www/tech/2020/05/694_288830.html

[9] https://www.coupangeats.com/

[10] https://restofworld.org/2020/the-cost-of-convenience/

[11] https://seoulz.com/how-coupang-continues-to-succeed-despite-being-unprofitable/

[12] https://www.mk.co.kr/news/business/view/2020/04/439381/

[13] https://restofworld.org/2020/the-cost-of-convenience/

[14] https://www.cbinsights.com/company/coupang

[15] https://www.cnbc.com/2020/06/16/coupang-disruptor-50.html

[16] https://restofworld.org/2020/the-cost-of-convenience/


writer: Tiktok
info / contributor : Hanbyul

Contact : oppamart.co@gmail.com
Tel: 0922429516

about
Oppamart.co เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมเรื่องราว เกี่ยวกับธุรกิจท้องถิ่นในเกาหลี รวมถึงบอกเล่าถึงความน่าสนใจของ แบรนด์สินค้าต่างๆ เพราะเราเชื่อมั่นว่า ทุกธุรกิจล้วนมีเรื่องราวบอกเล่าต่อ

Leave A Comment