ข่าวสาร บทความ oppamart  

ในยุคที่เศรษฐกิจเกาหลีโหดร้ายกับคนรุ่นใหม่ ผู้ชายมิลเลนเนียล 2 คนเลือกผลิตแบรนด์เพื่อปลุกปลอบความหวัง “Anua” หรือฉายา “โทนเนอร์พี่จุน” คือแบรนด์สกินแคร์ที่เน้นกลุ่มคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ

ในยุคที่เศรษฐกิจสังคมเกาหลีโหดร้ายกับคนรุ่นใหม่ ผู้ชายมิลเลนเนียล 2 คนเลือกผลิตแบรนด์เพื่อปลุกปลอบความหวัง “Anua” หรือฉายา “โทนเนอร์พี่จุน” คือแบรนด์สกินแคร์ที่เน้นกลุ่มคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ // โดย Oppamart

 

ภาพจาก IG : EXO

14 ธันวาคม 2019 หัวหน้าวง EXO อย่าง “ซูโฮ” หรือชื่อจริงคือ คิมจุนมยอน ได้เอ่ยถึงโทนเนอร์ยี่ห้อ Anua ในไลฟ์ Instagram โดยบอกว่าเป็นไอเท็มเด็ดที่เขาใช้บำรุงผิวหน้า จากนั้นชื่อโทนเนอร์นี้ก็กลายเป็นไวรัลในหมู่แฟนคลับ แถมยังข้าม “ด้อม” ไปยังแฟนด้อมอื่น มีคนลองใช้ตามแล้วบอกว่าดีจริง จึงเกิดเป็นกระแสตามล่า “โทนเนอร์พี่จุน” ขึ้น

“โทนเนอร์พี่จุน” หรือชื่อทางการค้าจริงๆ คือ Anua Heartleaf 77% Soothing Toner เป็นสินค้าความงามภายใต้แบรนด์ Anua (อานัว)

บริษัทแม่ของ Anua คือ สตาร์ตอัพเกิดใหม่ ชื่อ The Founders (더파운더즈) เพิ่งก่อตั้งเมื่อปี 2017 บริษัทนี้เกิดจากมันสมองของผู้ชายวัยมิลเลนเนียล 2 คน คือ อีซอนฮยอง (Yi Seonhyeong) และ อีชางจู (Lee Changju) ทั้งคู่จบจาก มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล (Seoul National University หรือ SNU) และเคยเป็นเพื่อนร่วมงานกันมาก่อนที่ BioSensor Laboratories ซึ่งเป็นสตาร์ตอัพสาย Biotech ที่พัฒนาเทคโนโลยีเด่นๆ อย่าง Tissue X

The Founders เริ่มดำเนินการเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2017 ข้อมูลเว็บไซต์บริษัทเผยว่า พวกเขามองตัวเองเป็นสตาร์ตอัพ และมีเป้าหมายผลิตสินค้าเพื่อตอบโจทย์เหล่ามิลเลนเนียล เพราะมองว่าเหล่ามิลเลนเนียล – ซึ่งเป็นคนยุคเดียวกับพวกเขา – เลือกบริโภคสินค้าด้วยเหตุผลที่ต่างออกไปจากคนเกาหลี รุ่นก่อนหน้า คนรุ่นมิลเลนเนียลจะใส่ใจกับข้อมูล คุณภาพ รวมถึงมองหาสินค้าที่มีคุณค่าและเปี่ยมความหมาย 

ซึ่งแบรนด์สกินแคร์ Anua ก็เป็นแบรนด์ที่มีคุณค่าและเปี่ยมความหมายในสายตาคนรุ่นใหม่

อีชางจู หนึ่งในผู้ก่อตั้ง The Founders ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของแบรนด์ Anua
ภาพจาก LinkedIn ของเขา
Anua Heartleaf 77% Soothing Toner หรือรู้จักกันในชื่อ “โทนเนอร์พี่จุน”

แบรนด์รุ่นใหม่ กับผู้ก่อตั้งที่ไม่เน้นออกสื่อ

หลังเปิดดำเนินการมาเกือบ 4 ปี บริษัท The Founders เปิดตัวแบรนด์ไปแล้ว 4 แบรนด์ ได้แก่ Anua แบรนด์สกินแคร์, Project21 แบรนด์อาหารเฮลธ์ตี้พรีเมียมสำหรับสัตว์เลี้ยง, Yuke แบรนด์เครื่องหอมและไลฟ์สไตล์, และ LAVENA แบรนด์ผลิตภัณฑ์บำรุงผม

โดยทั้ง 4 แบรนด์ มีการออกแบบแพ็กเกจจิ้งที่เรียบง่าย สะอาด น่าใช้ ขณะเดียวกันแต่ละแบรนด์จะมีสตอรี่พิเศษเสริมแยกขึ้นมา เช่น

– Anua จะเน้นไปที่วัตถุดิบที่เลือกสรรอย่างดี และใส่ใจกับคู่ค้ามาก เป็นแบรนด์สกินแคร์ที่เน้นความเป็นธรรม และความยั่งยืนแก่คู่ค้า (ซัพพลายเออร์)

-ขณะที่ Project21 เล่นกับตัวเลข “21” ซึ่งเป็นอายุขัยที่แบรนด์ชี้แจงว่า หากเราดูแลอาหารการกินของสัตว์เลี้ยงให้ดี สัตว์เลี้ยงจะอายุยืนนานได้ถึง 21 ปี (อันเป็นมิชชั่นหลักของ Project21)

– ส่วน Yuke เน้นกลิ่นพิเศษที่เหมาะกับทั้งตัวลูกค้าและคนรัก

– และ LAVENA เน้นเรื่องราวของวัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติเป็นหลัก

โดยเมื่อวิเคราะห์จุดแข็งของทั้ง 4 แบรนด์แล้ว อาจสรุปได้ว่า The Founders ตั้งใจสร้างแบรนด์ที่มีความเป็นธรรมต่อคู่ค้า เน้นความยั่งยืน พิถีพิถันในการเลือกวัตถุดิบจากธรรมชาติ และอยากสร้างสรรค์สินค้าเพื่อการมีชีวิตที่ดีขึ้นนั่นเอง


เรื่องน่าสนใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับ The Founders คือ แม้จะเป็นบริษัทสินค้าไลฟ์สไตล์และความงาม ซึ่งน่าจะต้องเน้นการโปรโมทอย่างสูง แต่ผู้ก่อตั้ง 2 คน อย่าง อีซอนฮยอง และ อีชางจู กลับไม่ค่อยนิยมออกสื่อนัก โดยเรียกได้ว่า พวกเขาทำงานโดยไม่เน้นเปิดเผยตัว แถมแบรนด์ทั้ง 4 แบรนด์ ก็ไม่ได้จ้างคนดังมาโปรโมทแต่อย่างใดด้วย

แบรนด์ทั้ง 4 ของ The Founders

ไม่ใช้คนดังเป็นพรีเซนเตอร์ แต่จ้าง “คนใช้จริง”​ มารีวิว

แบรนด์ที่โดดเด่นที่สุดของ The Founders คือ Anua เป็นแบรนด์สกินแคร์ซึ่งเปิดตัวปี 2017 ด้วยอายุแบรนด์เพียง 4  ปี จึงถือเป็นน้องใหม่ในอุตสาหกรรมความงามอันโหดหิน แต่ทางแบรนด์ Anua กลับไม่ได้เลือกใช้คนดังเป็นพรีเซนเตอร์แต่อย่างใด กลยุทธ์การตลาดที่เลือกใช้ คือ ให้คน “ใช้จริง” มารีวิวในเว็บ http://anua.kr/ โดยการจะรีวิวได้ต้องสมัครสมาชิกเว็บก่อน จากนั้นค่อยโพสต์รีวิว อัตราค่ารีวิวเป็นดังนี้

– เทสต์รีวิว 1,000 วอน (เขียนแต่โพสต์อย่างเดียว)

– รีวิวแบบมีรูป 2,000 วอน

– รีวิวมีรูปก่อน-หลังใช้ 10,000 วอน

ภาพในเว็บ anua.kr ที่เชิญชวนให้ผู้ที่ใช้สินค้าแล้วมารีวิว โดยจะได้รับเงินค่ารีวิวตามอัตราที่แจ้งไว้

ความที่แบรนด์ Anua คัดสรรวัตถุดิบอย่างดี จนมั่นใจในคุณภาพ ทำให้พวกเขากล้าที่จะให้คนใช้จริงมารีวิวลงเว็บทางการของแบรนด์ ซึ่งส่วนใหญ่รีวิวที่ได้จะเป็นรีวิวที่ดี บอกว่า เห็นผลลัพธ์รวดเร็ว ช่วยให้สิวหาย ผิวนุ่มขึ้น ปัญหาของคนเป็นสิวและมีผื่นบนใบหน้าหมดไป ไม่ช้านาน การรีวิวในเว็บกลายเป็นหนึ่งในการตลาดที่ทำให้คนเกาหลีรู้จักและวางใจ Anua จนได้รับรางวัลดังด้านล่างนี้

– ได้รางวัลอันดับ 1 จากแพลตฟอร์ม Naver Shopping

– ได้อันดับ 1 ในหมวดโทเนอร์ปลอบประโลมผิว ที่ LaLavLa Online Shopping Mall (เครือ GS)

กลุ่มลูกค้า Anua คือ เจน Z และ มิลเลนเนียล

กลุ่มลูกค้าของแบรนด์ Anua นั้น ครอบคลุมตั้งแต่เด็กวัยรุ่นช่วงต้น (pre-teen) อายุ 10 ปีขึ้นไป จนถึงวัยทำงาน คือถึงอายุ 30 ปี โดยเน้นแก้ปัญหาให้แก่คนที่เจอภาวะผิวแพ้ง่าย เป็นสิว หรือเป็นผด ซึ่งสารสกัดธรรมชาติที่เด่นๆ ใน Anua ช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างดี

กลุ่มลูกค้าของแบรนด์ Anua คือ เจน Z และ มิลเลนเนียล
นอกจากนี้ กลุ่มคนทำงานของ Anua ก็เป็นเจนมิลเลนเนียลเช่นกัน
ภาพนี้คือ ออฟฟิศของ The Founders บนพื้นที่ co-working space ของ WeWork ย่านกังนัม

คำว่า “Heartleaf” บนสินค้า มีความหมายซ่อนอยู่

สารสกัดที่โดดเด่นของโทนเนอร์ตัวหลักของ Anua อย่าง Anua Heartleaf 77% Soothing Toner นั้น เป็นสารที่ผลิตจากพืชพื้นถิ่นที่พบมากในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั่นก็คือ พลูคาว (เรียกอีกชื่อว่า ผักคาวตอง) ซึ่งผักชนิดนี้มีมากในประเทศไทยเช่นกัน ทั้งนี้ ใบของพลูคาวนั้น มีลักษณะคล้ายรูปหัวใจ อันเป็นที่มาของคำว่า Heartleaf ที่แบรนด์ Anua เลือกใช้เป็นชื่อรุ่นโทนเนอร์

พลูคาวถือเป็นผักที่มีคุณสมบัติโดดเด่น ในอนาคต หากแบรนด์สกินแคร์ไทยจะเลือกใช้พลูคาวเป็นวัตถุดิบตั้งต้น ก็ถือเป็นไอเดียที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากต้นพลูคาวมีมากในเขตประเทศไทยเช่นกัน

ผลประกอบการของ The Founders และยอดขายของแบรนด์ Anua

ในเว็บไซต์ The Founders ได้เปิดเผยรายได้และการเติบโตในปี 2020 ดังนี้

– ปี 2020 รายได้ประมาณ 15 พันล้านวอน

– ทำยอดขายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2020 ได้ 5 พันล้านวอน และเติบโตขึ้น 200% จากปีก่อนหน้า

ข้อมูลการเติบโตที่น่าสนใจของแบรนด์ Anua คือ ขยายไปจำหน่ายไม่น้อยกว่า 10 ประเทศ ทั้ง อเมริกา, จีน,​ ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, ฮ่องกง,​ ไต้หวัน,​ รวมถึงไทยด้วย

เมื่อปี 2020 ทางแบรนด์ Anua ได้เข้ามาทำการตลาดในประเทศไทยอย่างจริงจัง โดยเปิดร้านค้าทางการบน Shopee และมี Instagram รวมถึง Facebook ของแบรนด์ด้วย

ความสำเร็จของ The Founders เป็นเหมือนความหวังให้คนรุ่นใหม่ ในยุคที่ทุกอย่างดูสิ้นหวัง

ภาพจาก Pixabay

แม้ในสองทศวรรษที่ผ่านมา กระแสฮันรยู (Hallyu Wave) จะทำให้ภาพรวมของเศรษฐกิจกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในเกาหลีใต้เฟื่องฟู และทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปจับจ่ายและสร้างรายได้ให้ประเทศไม่น้อย แต่ขณะเดียวกัน การว่างงานของคนรุ่นใหม่ในประเทศก็มีอัตราเพิ่มมากขึ้น 

โดยข้อมูลจากบทความ “Start-Up: ให้มันเริ่มใหม่ที่รุ่นเรา”โดย อ.จักรกริช สังขมณี ซึ่งเผยแพร่ในเว็บไซต์ www.the101.world ระบุว่า 

“ตั้งแต่วิกฤตการณ์เศรษฐกิจปี 1997 เป็นต้นมา การว่างงานของคนรุ่นใหม่มีอัตราเพิ่มมากขึ้น จากแต่เดิมที่อยู่ในช่วงระหว่างร้อยละ 5-7 เพิ่มมาเป็นร้อยละ 9-15 ของแรงงานทั้งหมดในประเทศ ขณะที่ตัวเลขจากการสำรวจของ OECD พบว่า ในปี 2020 อัตราการว่างงานของเยาวชนเกาหลีอยู่ที่ร้อยละ 11.5 อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจของรัฐบาลเองซึ่งนับรวมจำนวนผู้ที่ทำงานน้อยกว่า 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และผู้ที่ตั้งใจจะเข้าสู่ตลาดแรงงานแต่ยังไม่ได้เริ่มหางานทำเข้าไปด้วย พบว่าอัตรากึ่งว่างงานของเยาวชนในช่วงกลางปี 2020 คิดเป็นร้อยละ 25.6 หรือหนึ่งในสี่ของแรงงานทั้งหมด”

ท่ามกลางยุคสมัยที่คนรุ่นใหม่เกาหลีต้องแข่งขันในตลาดแรงงานสูงขึ้น แนวคิดการเป็นผู้ประกอบการก็ได้เบ่งบานขึ้นเช่นกัน สังคมเกาหลีในยุคหลังปี 2000 เป็นต้นมา แม้จะยังเห็นร่างเงาของกลุ่มธุรกิจแชบอลที่มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจประเทศอยู่ แต่ขณะเดียวกัน ได้มีธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้น และมีนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จและร่ำรวยด้วยตนเองให้เห็นเป็นตัวอย่าง รายชื่อนักธุรกิจ Self-Made Millionaire เหล่านี้ก็เช่น อีแฮจิน (Lee Haejin) ผู้ก่อตั้ง Naver หรือแม้แต่ บังชีฮยอก (Bang Sihyuk) ผู้ก่อตั้ง Big Hit Entertainment 

ทว่า ทั้ง Naver และ Big Hit ก็ก่อตั้งมาเกิน 10 ปีแล้ว (Naver ก่อตั้งปี 1999 และ Big Hit ก่อตั้งปี 2005) ในยุคหลัง 2010 การได้เห็นแบรนด์ใหม่ๆ ที่เติบโตและประสบความสำเร็จ โดยสร้างขึ้นจากคนธรรมดาที่ไม่ได้เป็นลูกหลานบริษัทใหญ่ จึงเป็นเสมือนประกายความหวัง ที่อย่างน้อยก็ช่วยชุบชูใจให้แก่คนรุ่นใหม่เกาหลีได้บ้าง

ทั้งนี้ ความสำเร็จของ The Founders ซึ่งเป็นธุรกิจของคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งก่อตั้งในปี 2017 จึงนับเป็นหนึ่งในแสงสว่างท่ามกลางฟ้าที่มืดมิด

ผู้ก่อตั้ง The Founders ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ Anua ทั้ง 2 คนนั้น จบการศึกษาจากภายในประเทศเกาหลีใต้ ไม่ได้เป็นลูกหลานบริษัทใหญ่โต มีโอกาสได้สะสมความรู้ในบริษัทด้าน biotech ก่อนจะออกมาตั้งสตาร์ตอัพเอง ด้วยต้นทุนชีวิตที่มีก็ไม่ได้ถือว่าระดับ “เจ้าชายแชบอล” หรือระดับ “คนจบนอก” เมื่อพวกเขาสร้างแบรนด์สกินแคร์ Anua ให้ประสบความสำเร็จในตลาดความงามอันดุเดือดได้ อย่างน้อยๆ นี่อาจเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่ช่วยสร้างความหวังให้แก่คนรุ่นใหม่ได้ไม่มากก็น้อย

แน่นอนว่าอุปสรรคอันเกิดจากโครงสร้างสังคมเศรษฐกิจนั้นย่อมต้องมี 

แต่ในยุคที่ความมืดดำปกคลุมฟากฟ้าอยู่

ความหวังและแรงบันดาลใจนั้นยิ่งจำเป็น

ขอความหวังจงมีแก่ทุกคน ทุกเจเนอเรชั่นในปี 2021


[เกร็ด]
ช่วงตุลาคม 2020 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของเกาหลีใต้ (หรือ อย.) ได้สั่งห้าม “โทนเนอร์พี่จุน” ทำการโปรโมท เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการโฆษณาที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่าเป็นผลิตภัณฑ์ยา จึงถูกห้ามทำการตลาดเป็นระยะ 3 เดือน คือช่วง 7 ตุลาคม 2020 -  6 มกราคม 2021 

ปัจจุบัน Anua Heartleaf 77% Soothing Toner กลับมาทำการโปรโมทในตลาดเกาหลีได้แล้ว

[อ้างอิง]

http://anua.kr/

https://www.thefounders.kr/

https://www.facebook.com/HOWRUSUHO/videos/339435607201648

https://blog.naver.com/newpic2018/222126873682

https://www.linkedin.com/company/biosensor-laboratories-inc./about/

https://www.linkedin.com/in/seonhyeong-yi-64332b8a/

https://www.linkedin.com/in/chang-ju-lee-95370a104/?originalSubdomain=kr

https://shopee.co.th/anua.skincare_th

https://www.facebook.com/anuaofficial.th

www.instagram.com/anua.skincare_th

https://nedrug.mfds.go.kr/pbp/CCBAO01/getItem?dispsApplySeq=2020003641https://www.saramin.co.kr/zf_user/company-info/view/csn/c3NCbk1LRkJ0Uk9DMU5GRnhUbG9HQT09/company_nm/(%EC%A3%BC)%EB%8D%94%ED%8C%8C%EC%9A%B4%EB%8D%94%EC%A6%88


writer: Tiktok

info / contributor : Hanbyul

Contact : oppamart.co@gmail.com

Tel: 0922429516

about

Oppamart.co เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมเรื่องราว เกี่ยวกับธุรกิจท้องถิ่นในเกาหลี รวมถึงบอกเล่าถึงความน่าสนใจของ แบรนด์สินค้าต่างๆ เพราะเราเชื่อมั่นว่า ทุกธุรกิจล้วนมีเรื่องราวบอกเล่าต่อ

Leave A Comment